Monday 21st of May 2012

นักวางแผนการเงิน เล่นหุ้นออนไลน์ รายได้เสริม ไอเดียธุรกิจทำเงิน
time PDF Print E-mail
Written by Administrator   
Tuesday, 11 October 2011 09:22

Time

เวลา เราคุ้นเคยกับคำว่า เวลา มากเสียจนมองข้ามบางแง่บางมุมที่สำคัญของมันไป เวลาสามารถเป็นอะไรได้หลายๆอย่าง ตามแต่บริบทหรือสิ่งแวดล้อมที่จะเอามันไปอ้างถึง ในแง่ปรัชญา เวลาเป็นเรื่องของความคิด ในแง่ของฟิสิกส์ เวลาถูกสมมุติค่าเป็นตัว t มีค่าเกี่ยวโยงกับร้อยแปดกลไก จนถึงมีความพยายามที่จะคิดเรื่องของตัว เวลาให้ออกมาเป็นรูปภาพ เหมือนกับจะให้มันมีมิติสูงต่ำดำขาว ในตลาดหุ้นเวลาคงมีความสำคัญเทียบเท่ากับระฆังให้เริ่มชก เมื่อระฆังดังอีกครั้ง นั่นเป็นการบอกให้รู้ว่า บ่ายสี่โมงครึ่งหมดเวลา หยุดซื้อหยุดขายได้แล้ว สำหรับผู้ที่รู้ลึกลงไปอีก เขาจะเห็นรูปแบบของวงจรเวลาที่พาให้ราคาหุ้นขึ้นและลง นั่นคือ time cycle ในเชิง technical analysis นั่นเอง จริงๆแล้วเวลาคืออะไร? คงไม่มีคำตอบที่ชัดเจน เราเพียงนิยามมันแยกไปตามบริบทแห่งศาสตร์นั้นๆ หากนำมันมาเชื่อมโยงกับหลักการของ เพราะคิดจึงมีอยู่ เวลาก็คืออะไรสักอย่างที่เราจับต้องไม่ได้ แต่คิดถึงมันได้ มันคือสิ่งที่เราคิดและเชื่อว่ามันมีเวลาอยู่ ณ ขณะใดๆแห่งการดำรงชีวิตเสมอ เวลาจะหมดความสำคัญหรือไม่มีอยู่จริงก็ต่อมเมื่อเราหยุดคิด หรือเมื่อเราตายไปแล้ว เรามักจะได้ยินเสมอว่าเวลาเป็นสิ่งมีค่า ความลับมันอยู่ตรงนี้ จริงๆแล้วเวลาไม่ได้มีค่า สิ่งที่มีค่าคือสิ่งที่มีอยู่อย่างจำกัด ชีวิตเราไม่อาจยืนยาวได้ตลอดไป การที่เราต้องตายทำให้การมีชีวิตอยู่ดูมีค่า เวลาเป็นเพียงสิ่งสมมุติ ที่เราใช้กะว่าชีวิตเราใกล้หมดอายุขัยตามความเป็นไปของธรรมชาติหรือยัง เช่นกันกับราคาหุ้น มันจะยืนอยู่ ณ จุดใดจุดหนึ่งด้วยช่วงเวลาจำกัดเสมอ การที่เรารู้ว่าราคาจะสิ้นสุดที่ตรงไหนและเมื่อไหร่ จะทำให้เราทำการซื้อขายตรงนั้นได้ด้วยความรู้สึกที่ยอดเยี่ยม และตรงความรู้สึกอันยอดเยี่ยมนั้นเองที่เป็นกับดักให้เราพยายามค้นหาช่วงเวลาแบบนั้นอีก ความอยากได้รับอาการยอดเยี่ยมนั้นไม่มีที่สิ้นสุด เราอยากยอดเยี่ยมแล้วยอดเยี่ยมอีก เราไม่รู้หรือไงว่ามันยอดเยี่ยมได้เพราะมันไม่ได้เกิดบ่อยๆ เวลาเป็นสิ่งที่จับต้องไม่ได้และไม่แน่ใจว่ามันมีอยู่จริงหรือไม่ เราคิดเรานิยามให้ เวลา เป็นอะไร มันก็จะเป็นไปอย่างที่เราเชื่อตามนั้น และนี่คือเสน่ห์ของคำว่าเวลา มันล้อกับคำว่า สิ่งที่มีค่าคือ สิ่งที่มีอยู่อย่างจำกัด คำว่า มีอยู่อย่างจำกัด มันถูกจำกัดความด้วย ระดับความอยากได้อะไรบางอย่างของคนใดคนหนึ่ง ในท้ายที่สุด เวลากับความอยากได้ และอาการอยากได้ไม่รู้จักพอ มันก็เข้ามาเกี่ยวข้องกันอีกจนได้ในตลาดหุ้น หากเราอยากมีช่วงเวลาที่ดี เราก็ต้องจัดระดับ ความอยากอย่างพอดีให้ได้.

 
sold PDF Print E-mail
Written by Administrator   
Saturday, 09 July 2011 20:43

 

การขาย ดูผิวเผินเหมือนเป็นเรื่องง่าย แต่เป็นเรื่องใหญ่ในตลาดหุ้นเลยทีเดียว หลายคนขายหุ้นได้ในราคาที่ต่ำกว่าตอนที่ซื้อเข้ามาเพราะว่าราคาหุ้นไม่ได้ขึ้นไปอย่างที่ตั้งใจ เมื่อซื้อแล้วราคาลดลงอยู่เรื่อยๆ จนจำใจต้องขายขาดทุน ทุกคนที่เล่นหุ้นไม่มีใครไม่รู้จัก กฎทองสองข้อ ข้อที่หนึ่งคือ cut loss ข้อที่สองคือ ห้ามลืมกฎข้อหนึ่ง แต่มีน้อยคนที่ทำได้ เพราะการขายขาดทุนนอกจากจะต้องเสียเงินแล้ว ยังต้องพบกับความเสียหายทางจิตใจ รวมทั้งยังโยงใยไปถึงการสงสัยในตัวตน ตอนที่ซื้อหุ้นเราจะไม่คิดมาก เพราะการซื้อเป็นสัญลักษณ์ของความหวัง การเกิดใหม่ การมองไปข้างหน้า แสดงถึงการมีพลัง มีอำนาจในการจับจ่าย พูดง่ายๆคือ การได้ซื้อทำให้เรามีความสุข เราจึงตัดสินใจซื้อได้ง่ายมาก ส่วนการขายเป็นอะไรที่เหมือนต้องไปง้อคนอื่น การขายขาดทุน ยิ่งเป็นความรู้สึกที่แย่กันไปใหญ่ การจำใจขายเป็นสัญลักษณ์ของความล้มเหลว เป็นคนขี้แพ้ ไม่เอาไหน มนุษย์ส่วนใหญ่ไม่มีใครอยากยอมรับว่าตัวเองผิด ในตลาดหุ้นเราจะปิดมันด้วยความหวัง อ้างว่าจะเป็นนักลงทุนระยะยาว วิธีหลีกเลี่ยงการขาดทุนอย่างมโหฬารคือ ต้องรู้จัก cut loss การจะ cut loss ได้ต้องมีความสามารถและกล้าหาญอย่างยิ่งในการยอมรับผิด การยอมรับผิดเป็นเรื่องที่ต้องฝึกฝน คนที่จะยอมรับผิดได้ต้องเป็นคนที่มีทักษะ และความชำนาญในการจัดการความผิดพลาด เข้าใจชีวิตว่า ตัวเองมีความสามารถจำกัด ไม่ได้รู้ไปเสียทุกเรื่อง การซื้อหุ้นแล้วลงไม่เกี่ยวกับเก่งหรือไม่เก่ง ขึ้นอยู่กับว่าเรารู้หรือไม่รู้ หากยังไม่รู้ก็ถือเอาเหตุการณ์นั้นเป็นครู หากผิดอีกก็ลองใหม่ได้ รู้แล้วไม่จำ ก็ทำซ้ำใหม่อีกที คิดหรือว่าคนที่เก่งๆทั้งหลายจะได้อะไรมาแบบง่ายๆฟรีๆ คนที่ประสบความสำเร็จในการเล่นหุ้น เขาผ่านการขายขาดทุนมานับครั้งไม่ถ้วน การจำใจขายอย่าไปมองมันในแง่ที่น่าละอาย ตลาดให้อะไรเราก็เพียงแต่รับไว้ โอกาสมีแค่ไหนก็เอาเท่าที่ได้ ถ้าซื้อแล้วไม่ใช่ ก็แค่ขายทิ้งไปแล้วออกมาก่อน ไม่มีอะไรให้ต้องพิสูจน์ คนที่คิดว่าตัวเองเก่งเสียท่าให้กับตลาดมามากแล้ว ตลาดหุ้นเป็นเรื่องของโอกาสกับวินัย การขายขาดทุนไม่ใช่เรื่องน่าอาย แต่มันกลับเป็นเรื่องท้าทายว่า เรากล้าพอที่จะยอมรับผิดไหม การขายเป็นทักษะ เป็นเรื่องของความสามรถล้วนๆ และอะไรที่เกี่ยวข้องกับทักษะตามพจนานุกรมบอกว่าเป็นเรื่องของ ความขยันและชำนาญ นั่นคือต้องทำบ่อยๆ.

 

Last Updated on Saturday, 09 July 2011 20:47
 
รู้ทันหุ้น PDF Print E-mail
Written by Administrator   
Sunday, 29 May 2011 14:27

รู้ไม่ทันขาใหญ่

รายย่อยเป็นเหยื่อตลอดกาล

แม้ตลาดหุ้นจะมีกฎเกณฑ์รองรับเพื่อไม่ให้เกิดการปั่นหุ้นมากมาย แต่เบื้องหลังแล้ว หลายคนต่างรู้ดีว่า ในตลาดหุ้นนั้น มี
เจ้าของหุ้นและ ขาใหญ่หรือ เซียนหุ้นมือพระกาฬ ที่มีความชอบในการเก็งกำไรราคาหุ้นต่างๆ อยู่ก่อนแล้ว แต่ด้วยคนกลุ่มนี้เป็นผู้ที่ศึกษาและอยู่ในวงการตลาดหุ้นหลายต่อหลายปีเขาเหล่านั้นจึงมีความเชี่ยวชาญในการลงทุนในตลาดหุ้น อีกทั้งหลายๆ คนยังรู้จักกัน แถมมีข้อมูลวงในบริษัทต่างๆ (Insider) ด้วยแล้วยิ่งทำให้ขาใหญ่ และเจ้าของหุ้นบางตัวมีส่วนสำคัญในการทั้งสร้างและทุบราคาหุ้นในตลาดหลักหุ้นไทยมาโดยตลอด

ที่ผ่านมานักลงทุนรายย่อยที่นิยมเล่นหุ้นแบบไม่ศึกษาก็มักตกเป็นเหยื่อของขาใหญ่เหล่านั้นแบบที่เรียกว่า
แมงเม่าบินเข้ากองไฟเล่นหุ้นขาดทุนกัน หมดตัวกันมานักต่อนัก

อย่างไรก็ดีขาใหญ่นั้นมีกลยุทธ์ที่น่าสนใจในการเล่นหุ้น คือเลือกเล่นหุ้นทั้งหุ้นปัจจัยพื้นฐานดี (
Value Investor) และเล่นหุ้นแบบเก็งกำไร (Day Trade) โดยหุ้นที่เก็งกำไร ขาใหญ่ต่างๆ มักจะมีทั้งรวมกลุ่มกัน เพื่อเข้าไปซื้อหุ้นตัวเดียวกันในจำนวนมากๆ เป็นล็อตๆ ในเวลาที่ไม่ต่างกันมาก เพื่อดันราคาหุ้นนั้นๆ ให้สูงขึ้น เมื่อนักลงทุนรายย่อยเห็นสัญญาณหุ้นที่ขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในราคาหุ้นที่ไม่แพงนัก ก็มักจะเข้ามาช้อนซื้อหุ้นตัวนั้นๆ เพราะคิดว่าราคาหุ้นจะขึ้นอีกไกล แต่หารู้ไม่ว่าช่วงนั้นขาใหญ่จะเทขายหุ้นอย่างรวดเร็วจนหมด และออกไปเล่นหุ้นตัวอื่นเรียบร้อยแล้ว ทำให้นักลงทุนรายย่อยที่ตามเข้าไปซื้อเหล่านั้น ติดยอดดอย และขาดทุนจากหุ้นเหล่านี้เป็นจำนวนมาก

นอกจากนี้ การเล่นหุ้นของขาใหญ่เริ่มมีความซับซ้อนมากขึ้น โดยร่วมมือกับทั้งเจ้าของบริษัท ดีลเมกเกอร์ (
Deal Maker) และมาร์เกตเมกเกอร์ (Market Maker) เข้ามามีส่วนในการทำราคาหุ้นตัวใดตัวหนึ่ง

โดยกระบวนการปั่นหุ้นนี้จะเริ่มตั้งแต่เจ้าของบริษัทหรือเจ้าของหุ้นเดิมจะมีการคุยรายละเอียดกับดีลเมกเกอร์ ว่าจะทำการปรับโฉม

บริษัทอย่างไร ดีลเมกเกอร์ก็จะเข้าไปดูข้อมูลภายในบริษัททั้งหมดว่าจะมีโครงการอะไรเกิดขึ้นได้หรือไม่ แล้วก็จะมีการตั้งเป้าราคาหุ้น แล้วให้เครือข่ายโบรกเกอร์ทำบทวิเคราะห์หุ้นนั้นๆ ว่าทำไมถึงควรซื้อหุ้นตัวนี้ มีโครงการที่น่าสนใจที่กำลังจะลงทุนอย่างไร จากนั้น มาร์เกตเมกเกอร์จะเข้ามามีบทบาทในการเข้ามาเก็บหุ้น ดันราคาหุ้นให้สูงที่สุด และทุบหุ้นเมื่อได้กำไรตามเป้าหมายแล้ว

ภาพของหุ้นบริษัทนี้ จึงดูดี มีราคาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องเพราะมีข่าวรองรับ ปัญหาคือเมื่อหุ้นขึ้นสู่เป้าหมายที่เจ้าของหุ้น ดีลเมกเกอร์ และมาร์เกตเมกเกอร์ต้องการแล้ว คนกลุ่มนี้จะทุบราคาหุ้นทิ้ง โดยขายหุ้นยกล็อต รายย่อยที่ไม่รู้เท่าทัน เห็นแต่ว่าหุ้นน่าจะมีราคาขึ้นต่อไปอีก ก็จะขายหุ้นไม่ทัน ติดยอดดอย และกลายเป็นเหยื่อของกลุ่มขาใหญ่ในที่สุด

แต่เชื่อหรือไม่ว่า วันนี้ตลาดหุ้นไทยยังมีนักลงทุนบางประเภทที่เข้ามามีบทบาทสำคัญในตลาดหุ้นมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีข้อที่ได้เปรียบกลุ่มทุนเดิม เข้ามาทำราคาหุ้น และมีอิทธิพลในตลาดหุ้น อย่างที่
ขาใหญ่ ที่ยึดหัวหาดในตลาดหลักทรัพย์ไทยมานานยังออกอาการหวั่นเกรง!

โดยผู้เล่นที่เข้ามามีอิทธิพลต่อตลาดหุ้นไทย ชิงกำไรจากขาใหญ่ๆ ต่างๆ 3 ผู้เล่นใหญ่ คือ นักการเมืองผู้คุมอำนาจรัฐ
, กองทุนในประเทศ และ Prop.Trade (Proprietary Trader) หรือบริษัทโบรกเกอร์ซื้อขายหลักทรัพย์เพื่อแสวงหากำไรโดยตรง ไม่ใช่เพียงแค่หาค่านายหน้า



 
หุ้นกับหัวใจ PDF Print E-mail
Written by Administrator   
Thursday, 02 June 2011 18:06

หุ้นกับหัวใจ

ลายคนคงเคยได้ยินข่าวที่คนเล่นเกมส์จนเสียชีวิตตรงหน้าจอคอมพิวเตอร์มาแล้ว ทางการแพทย์ชี้ว่า การเสียชีวิตขณะเล่นเกมส์เป็นเรื่องที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะกับเกมส์ที่ต้องเอาแพ้เอาชนะกันตลอดเวลา การเสียชีวิตมักเกิดจากภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน โดยมีความเครียดเป็นตัวกระตุ้นให้หัวใจทำงานหนักต่อเนื่องยาวนานประกอบกับคนคนนั้นเป็นคนที่มีปัญหาเกี่ยวกับหัวใจ หรือมีความเสี่ยงที่จะป่วยเป็นโรคหัวใจอยู่ก่อนแล้ว ผู้ที่ยังไม่สูงอายุมักไม่ค่อยใส่ใจในสุขภาพของตน ลืมคิดไปว่าร่างกายของทุกคนมีขีดความสามารถจำกัด แม้บางครั้งใจยังสู้อยู่ก็ตามที หัวใจของคนเราทำงานเหมือนปั๊มน้ำที่คอยสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกาย เมื่อเกิดความเครียดหัวใจจะเต้นแรงและสูบฉีดเลือดแรงกว่าปกติ คนที่หลอดเลือดหนาหรือมีไขมันเป็นลิ่มมาอุดตันเส้นเลือด หัวใจจะต้องดูดเลือดรุนแรงยิ่งขึ้น ทำให้เส้นเลือดตีบมากขึ้น เลือดไปเลี้ยงสมองน้อยลง ทำให้เกิดอาการหน้ามืด บางครั้งรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ เป็นที่ทราบกันดีว่าการเล่นหุ้นเป็นเรื่องราวที่ต้องเกี่ยวกับความเสี่ยงและความเครียด โดยเฉพาะกับการเล่นแบบเก็งกำไรระยะสั้นมากๆ มีการแกว่งตัวของราคาหุ้นอย่างรุนแรง เป็นไปได้ว่าจะเป็นสาเหตุให้ผู้เล่นเกิดความเครียดสะสม หากผู้นั้นมีปัญหาเกี่ยวกับโรคหัวใจ หรือเป็นโรคหัวใจโดยไม่รู้ตัว โอกาสที่จะวูบเสียชีวิตก็เป็นได้ ดังนั้นหากรักจะเล่นหุ้นอย่าลืมหมั่นดูแลรักษาสุขภาพ ควรรู้ตัวเองว่าเราสามารถรับมือกับความเสี่ยง และรับมือกับความเครียดได้ถึงระดับไหน แล้วจึงจัดการวางแผนให้เหมาะกับศักยภาพทางด้านร่างกายและจิตใจของตัวเองให้พอดี

 
แนวข้อสอบวางแผนการเงิน cfp 2 PDF Print E-mail
Written by Administrator   
Monday, 23 May 2011 19:41

แนวข้อสอบวางแผนการเงิน cfp 2

6.ข้อใดไม่ใช่ปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อกระแสเงินสดจ่าย

A. อายุ

B. เพศ

C. สถานภาพทางครอบครัว

D. พฤติกรรมการใช้จ่าย

7. ข้อใดคือข้อมูลการเงินส่วนบุคคล

A. งบหนี้

B. งบดุลส่วนบุคคล

C. เงินสด

D. ที่ดิน

8. แผนการเงินระยะสั้น เป็นแผนประมาณกี่ปี

A. ไม่เกิน 1

B. ไม่เกิน 3

C. ไม่เกิน 2

D. ไม่เกิน 4

9.ข้อใดไม่ใช่หน่วยภาษีส่วนบุคคลธรรมดา

A. บุคคลธรรมดา

B. ห้างหุ้นส่วนสามัญ

C. บริษัทจำกัด

D. ถูกทั้ง A และ B

10. ข้อใดไม่ใช่องค์ประกอบของภาษีบุคคลธรรมดา

A. หน่วยภาษี

B. เงินได้พึงประเมิน

C. เงินได้ส่วนยกเว้น

D. หุ้นส่วนบริษัท

 
« StartPrev123NextEnd »

Page 1 of 3

เว็บหุ้นต่างประเทศ

ข่าวและสื่อ

text book

กองทุน

hedge fund

อาชีพทางการเงิน


future

option

daytrade

นักวางแผนการเงิน


Powered by Joomla!. Designed by: Joomla england football theme uk domain search Valid XHTML and CSS.